Journal of Applied Science Innovation and Materials Technology : JASMT https://ph05.tci-thaijo.org/index.php/JASTR <p>วารสารนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยีวัสดุ (Journal of Applied Science Innovation and Materials Technology : JASMT) มีเป้าหมายและขอบเขต ที่รับตีพิมพ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทางด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และการวิจัยเชิงเทคโนโลยี โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1) กลุ่มวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 2) กลุ่มเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ 3) กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ 4) กลุ่มคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา ดำเนินการโดย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วารสารเผยแพร่เป็นปีที่ 1<br />Journal Abbreviation: J. Appl. Sci. Mater. Technol.<br />ISSN 3088-3156(Print)<br />ISSN xxxxxxxxxxxxxxx (Online)<br />วารสารเริ่มต้น : ปี 2569</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong> ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ<br />Publication Frequency 6 ฉบับต่อปี ได้แก่ </p> <ul> <li>ฉบับที่ 1 มกราคม-กุมภาพันธ์</li> <li>ฉบับที่ 2 มีนาคม-เมษายน</li> <li>ฉบับที่ 3 พฤษภาคม-มิถุนายน </li> <li>ฉบับที่ 4 กรกฎาคม-สิงหาคม</li> <li>ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม</li> <li>ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน-ธันวาคม</li> </ul> <p><strong data-start="685" data-end="723">สาขาที่รับตีพิมพ์ (Aims and Scope) </strong></p> <p><strong>กลุ่มวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์</strong> ได้แก่สาขา ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ประยุกต์และวัสดุศาสตร์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์และสถิติ คณิตศาสตร์ประยุกต์ วิทยาการข้อมูล วิทยาศาสตร์การอาหาร สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพ จุลชีววิทยา วิทยาศาสตร์สิ่งทอ </p> <p><strong>กลุ่มเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์</strong> ได้แก่สาขา นาโนเทคโนโลยีและวิศวกรรมวัสดุ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการก่อสร้าง เทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ออกแบบผลิตภัณฑ์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ </p> <p><strong>กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ</strong> ได้แก่สาขา สาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ การแพทย์แผนไทย แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนศาสตร์ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย </p> <p><strong>กลุ่มคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา</strong> ได้แก่สาขา การสอนคณิตศาสตร์ การสอนวิทยาศาสตร์ การสอนคอมพิวเตอร์ สื่อ เทคโนโลยี และ นวัตกรรมการสอน </p> <p><img src="https://tci-thailand.org/images/icons/tci-logo.svg" alt="TCI logo" /></p> Faculty of Science and Technology Chiang Mai Rajabhat University th-TH Journal of Applied Science Innovation and Materials Technology : JASMT 3088-3156 ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## การใช้เกมเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและความเข้าใจในการเรียน เรื่อง ลม ฟ้า อากาศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสันทรายหลวง ปีการศึกษา 2567 https://ph05.tci-thaijo.org/index.php/JASTR/article/view/257 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร พัฒนาผลสัมฤทธิ์พุทธิพิสัยด้านความเข้าใจ และประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการใช้เกมใบ้คำเป็นเครื่องมือ ในการเรียนรู้เรื่อง ลม ฟ้า อากาศ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองรูปแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 โรงเรียนสันทรายหลวง จำนวน 37 คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดทักษะการสื่อสาร แบบทดสอบความเข้าใจเนื้อหา แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการวิจัย สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ ประกอบด้วยการตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity) ในส่วนของสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการวิจัยประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสถิติทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test dependent sample) ผลการวิจัยพบว่านักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการสื่อสารสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p &lt; 0.05) โดยเฉพาะในด้าน การพูด การใช้ภาษากาย และการทำงานร่วมกัน นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ลม ฟ้า อากาศ เพิ่มขึ้น โดยคะแนนหลังเรียนของนักเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ (p &lt; 0.05) ซึ่งคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 8.30 ± 2.74 และหลังเรียนเท่ากับ 12.76 ± 2.95 และนักเรียนส่วนใหญ่แสดงความพึงพอใจในระดับสูงต่อการใช้เกมใบ้คำในการเรียนรู้ โดยระบุว่าเกมทำให้การเรียนสนุกสนาน ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น และลดความตึงเครียดในการเรียนรู้</p> รัญชิดา สีแก้ว พิษณุภาคิณ ไชยมงคล ศรัณย์ จีนะเจริญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Applied Science and Technology Research (JASTR) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-26 2026-02-26 1 1 1 13 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 5Es ร่วมกับการใช้ห้องเรียนเสมือนจริง (Metaverse) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การสืบพันธุ์พืชดอก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 https://ph05.tci-thaijo.org/index.php/JASTR/article/view/254 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน เรื่อง การสืบพันธุ์พืชดอก โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 5Es ร่วมกับการใช้ห้องเรียนเสมือนจริง (Metaverse) และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/13 โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน รวม 5 ชั่วโมง แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ ผลวิจัยพบว่า เครื่องมือที่สร้างขึ้น ผ่านเกณฑ์การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ มีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ได้ เมื่อนำแผนการจัดการเรียนรู้ ไปใช้ พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการเรียนรู้ 5Es ร่วมกับการใช้ห้องเรียนเสมือนจริง (Metaverse) มีประสิทธิภาพผ่านตามเกณฑ์ 80/80 เท่ากับ 81.70/83.38 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก</p> ลักษณาวดี ศรีสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Applied Science and Technology Research (JASTR) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-26 2026-02-26 1 1 14 29 ฤทธิ์ต้านเชื้อราและต้านการสร้างไบโอฟิล์มของน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์กะเพราต่อเชื้อเกลื้อน https://ph05.tci-thaijo.org/index.php/JASTR/article/view/251 <p><em>Malassezia furfur</em> หรือเชื้อเกลื้อนเป็นยีสต์ชอบไขมันที่พบได้ทั่วไปบนผิวหนังของสัตว์เลือดอุ่นและมนุษย์ เชื้อเกลื้อนสามารถก่อโรคได้ภายใต้สภาวะที่เอื้ออำนวย และเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังและการติดเชื้อในกระแสเลือด การอุบัติของเชื้อเกลื้อนดื้อยาต้านเชื้อราทำให้เกิดความจำเป็นในการค้นหายาต้านเชื้อราใหม่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อราและฤทธิ์ต้านไบโอฟิล์มของน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์กะเพราสามชนิด ได้แก่ กะเพรา (<em>Ocimum tenuiflorum</em>), คนทีเขมา (<em>Vitex negundo</em>), และ คนทีสอ (<em>Vitex trifolia</em>) ต่อเชื้อ <em>M. furfur</em> ห้าสายพันธุ์ จากผลการทดสอบด้วยวิธี paper disc diffusion แสดงให้เห็นว่า น้ำมันหอมระเหยจากกะเพรา (OtEO) มีฤทธิ์ยับยั้งได้ดีที่สุด โดยมีขนาดวงใสยับยั้ง 2.33 ± 0.33 มิลลิเมตร และการทดสอบด้วย microbroth dilution ให้ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อ (MIC) และค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าเชื้อรา (MFC) อยู่ในช่วง 0.0156 ถึง 0.0625%(v/v) และ 0.0156 ถึง 0.125%(v/v) ตามลำดับ ที่ความเข้มข้นต่ำกว่า MIC น้ำมันหอมระเหยทั้งสามชนิดแสดงฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง ไบโอฟิล์มของเชื้อราได้เป็นอย่างดี และในบรรดาน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้ OtEO แสดงฤทธิ์ต้านไบโอฟิล์มได้สูงสุด ผลการวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่า ในกลุ่มน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์กะเพรามีศักยภาพเป็นยาต้านเชื้อราธรรมชาติสำหรับ <em>Malassezia </em></p> ศศิฉาย แสงฉาย วีรพงษ์ จันทะชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Applied Science and Technology Research (JASTR) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-27 2026-02-27 1 1 30 41 ปริมาณทองแดง แคดเมียม และสังกะสีที่สะสมในอวัยวะภายในของปลาทู (Rastrelliger brachysoma) และปลาสีกุนแก้มดำ (Alepes djedaba) จากบ้านบางบ่อ จังหวัดสมุทรสงคราม https://ph05.tci-thaijo.org/index.php/JASTR/article/view/258 <p>ปริมาณโลหะหนักทองแดง แคดเมียม และสังกะสี ที่สะสมในอวัยวะภายใน ได้แก่ กระเพาะ ตับ ไต และอวัยวะสืบพันธุ์ของปลาทู (<em>Rastrelliger brachysoma</em>) และปลาสีกุนแก้มดำ (<em>Alepes djedaba</em>) ที่จับได้จากบริเวณบ้านบางบ่อ จังหวัดสมุทรสงคราม ในเดือนเมษายน พ.ศ.2566 จากตัวอย่างปลาทูจำนวน 12 ตัว และปลาสีกุนแก้มดำจำนวน 21 ตัว ได้ถูกวิเคราะห์ โดยใช้เทคนิค ICP-OES ผลจากการวิเคราะห์พบว่าทองแดง และแคดเมียม พบมากสุดในตับปลาทู 9.27±0.01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม และ 1.95±0.06 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ สังกะสีพบมากสุดในอวัยวะสืบพันธุ์ของปลาสีกุนแก้มดำ (209.11±0.01 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) ปริมาณการสะสมของทองแดง ที่ได้จากการศึกษาต่ำกว่าค่ามาตรฐาน แต่ปริมาณการสะสมของแคดเมียมในตับปลาทู และสังกะสีในทุกตัวอย่างสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานกำหนดของกระทวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก และองค์การอาหาร และการเกษตรแห่งสหประชาชาติ วิธีการวิเคราะห์หาโลหะหนักนี้แสดงความถูกต้องและความแม่นยำโดยแสดงร้อยละการคืนกลับ ในช่วงร้อยละ 87.95-95.36 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การยอมรับ</p> พิเชษฐ อนุรักษ์อุดม ศิรประภา เปรมเจริญ เจนจิรา มั่งลชูพันธุ์ วีรมลล์ ไวลิขิต ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Applied Science Innovation and Materials Technology : JASMT https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-05 2026-03-05 1 1 42 51 การพัฒนาเว็บไซต์สำหรับจัดการข้อมูลเครื่องมือและอะไหล่งานช่าง https://ph05.tci-thaijo.org/index.php/JASTR/article/view/256 <p>งานวิจัยนี้นำเสนอการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับบริหารจัดการข้อมูลเครื่องมือและอะไหล่ในอู่ซ่อมเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลให้สะดวก รวดเร็ว และลดข้อผิดพลาดในการดำเนินงาน ระบบประกอบด้วยฟังก์ชันการค้นหาและกรองข้อมูล การแจ้งเตือนจำนวนอะไหล่คงเหลือ การเพิ่มและแก้ไขข้อมูล การจัดการประวัติการนำเข้า–นำออก และการแสดงรายละเอียดข้อมูลอย่างครบถ้วน พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี Nuxt.js สำหรับส่วนแสดงผล และ Prisma สำหรับเชื่อมต่อฐานข้อมูล PostgreSQL โดยออกแบบให้รองรับการใช้งานบนทั้งอุปกรณ์ Desktop และ Mobile เพื่อความสะดวกของผู้ใช้ทุกกลุ่ม จากการทดสอบระบบกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 38 คน แบ่งตามความต้องการเชิงหน้าที่ (Functional Requirements) 2 ประเภท ดังนี้ ผู้ใช้งานทั่วไป 34 คน และผู้เชี่ยวชาญ 4 คน ในพื้นที่ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พบว่าผู้ใช้งานทั่วไปมีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.58 (S.D. = 0.42) และผู้เชี่ยวชาญมีความพึงพอใจเฉลี่ย 4.70 (S.D. = 0.37) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลของอู่ซ่อมเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> อินทนนท์ วิสุทธิธาดา ณัฐสินี ตั้งศิริไพบูลย์ นราธิป วงษ์ปัน วรินทร อริยวุฒิกร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Applied Science Innovation and Materials Technology : JASMT https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-06 2026-03-06 1 1 52 63